5 ข้อปฏิบัติ ป้องกันโรคเหน็บชา

เป็นโรคระบบประสาทและสมองชนิดหนึ่ง เมื่ออายุมากขึ้น จะพบว่าโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเหน็บชาจะมีมากขึ้น ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมีผลมาจากพันธุกรรม ผู้ที่มีพ่อแม่ญาติที่ป่วยโรคเหน็บชามาก่อน

พบว่าจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเหน็บชามากกว่าผู้ที่ไม่มี อีกส่วนหนึ่งมาจากอาหารและพฤติกรรมส่วนบุคคล สาเหตุใหญ่มากจากการขาดวิตามินบี1 และ เมื่ออายุมากขึ้น การดูดซึกวิตามินจะทำได้ลดลง จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหน็บชามากขึ้น ดังนั้น เราจะมาแนะนำ 5 ข้อปฏิบัติที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงป่วยเป็นโรคเหน็บชา

5 ข้อปฏิบัติ ลดอาการเหน็บชา

-หันมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว ข้าวกล้องมีวิตามินบี1 และ วิตามินอื่นๆสูงมาก เพราะ จมูกข้าว เยื่อหุ้มเมล็ดข้าว ในข้าวกล้องจะไม่ถูกขัดออกไป เหมือนในข้าวขาว ซึ่งเป็นแหลงสะสมของสารอาหารมากมาย ในขณะที่ข้าวขาวมีเฉพาะแป้ง ที่ให้เฉพาะพลังงาน และ ถ้าหากรับประทานมากไปจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ดังนั้น ควรเริ่มต้นฝึกรับประทานข้าวกล้องโดยเริ่มจาก ผสมกับข้าวขาวในสัดส่วนที่น้อยก่อน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถรับประทานได้เต็มที่ 100 เปอร์เซนต์
-ลดอาหารแสลงบางประเภท ได้แก่ ของหมักของดอง ของดิบ รวมทั้งชา กาแฟ เพราะ พบว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ มีฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี1 ของร่างกาย
-ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าผู้ป่วยติดสุราเรื้อรัง ส่วนมากมีอาการของโรคเหน็บชาร่วม ซึ่งผู้ที่ดื่มติดต่อกันยาวนานจะเลิกได้ยาก ทั้งนี้อย่าอายที่จะเข้ารับการบำบัดอย่างถูกวิธี
-รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม เน้นผักและผลไม้เป็นหลัก นอกจากจะช่วยเรื่องโรคระบบประสาทและสมองแล้ว จะช่วยเรื่องโรคระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายอีกด้วย
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 140 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อควบคุมน้ำหนัก สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และยังเป็นการป้องกันโรคต่างๆอีกด้วย