เตือนประชาชนเก็บหรือซื้อเห็ดป่า อาจเป็น“เห็ดพิษ”

  • -

เตือนประชาชนเก็บหรือซื้อเห็ดป่า อาจเป็น“เห็ดพิษ”

Category : health news

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนที่เก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหารเพื่อรับประทาน ให้ระมัดระวังอาจเป็นเห็ดพิษ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ โดยในปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 1,093 ราย เสียชีวิต 5 ราย ในสัปดาห์นี้มีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษ 2 ราย แนะหากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บมาปรุงอาหาร พร้อมหลีกเลี่ยงการกินเห็ดร่วมกับดื่มสุรา

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเห็ดป่าในธรรมชาติขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่เดิมที่เคยเก็บเห็ดป่า ประชาชนจึงนิยมเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหารเพื่อรับประทาน โดยเฉพาะประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นประจำ สาเหตุเพราะเข้าใจผิด เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ต.ค. 2560 พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษแล้ว 1,093 ราย เสียชีวิต 5 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 45-54 ปี รองลงมาคือ 65 ปีขึ้นไป และ 55-64 ปี ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และสุรินทร์ ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคเหนือ จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ในสัปดาห์นี้มีรายงานผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเห็ดพิษ ในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 4 ราย เสียชีวิต 2 ราย (เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย) อาการป่วยเล็กน้อย 2 ราย เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน รับประทานแกงเห็ดป่า ซึ่งเป็นเห็ดที่เก็บมาจากป่าในชุมชน โดยผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ารับประทานเห็ดคล้ายเห็ดผึ้ง
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า เห็ดที่พบในป่ามีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเห็ดผึ้งท้องรุที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดผึ้งหรือเห็ดเผิ่ง(ภาษาอีสาน) พบมากในป่าแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีเห็ดป่าที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต คือเห็ดในกลุ่มเห็ดระโงก ทั้งนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนําไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth