ครูนักเรียนชั้น ป.2 ขอบคุณที่ช่วยลูกศิษย์

  • -

ครูนักเรียนชั้น ป.2 ขอบคุณที่ช่วยลูกศิษย์

Category : news

ครูสาวขอบคุณชาวเฟซบุ๊ก สมทบทุนแพมเพิสให้นักเรียน ป.2 หลังเป็นโรคประหลาด พร้อมเผย พอ.สว.รับเป็นผู้ป่วยในโครงการแล้ว เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระดมทุนช่วยเหลือเด็กหญิงชั้น ป.2 เป็นค่าแพมเพิสระหว่างรักษาโรคประหลาด ซึ่งพบเพียง 1 ในล้านจนมีผู้คนจำนวนมากแชร์ต่อ ๆ พร้อมทั้งโพสต์ให้กำลังใจน้องอย่างต่อเนื่องและมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อสมทบ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ทำแผล ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ที่พัก ค่าใช่จ่ายระหว่างพักรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด น.ส.อลิสตรา อ่อนอัด หรือ “ครูอีฟ” ครูประจำชั้น ป.2 โรงเรียนวัดเหมืองประชาราม อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “อลิสตรา อะกาลิโก” อีกครั้ง เพื่อขอบคุณผู้ใช้เฟซบุ๊กหลาย ๆ ท่าน ที่ได้ให้การช่วยเหลือนักเรียนชั้น ป.2 พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของอาการด้วยข้อความว่า “ #รบกวนช่วยกันแชร์อีกรอบค่ะ สวัสดีเพื่อนชาวเฟสทุกท่าน หลังจากที่โพสต์ไปเมื่อวานนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากหลายๆท่าน ทั้งคนใกล้ตัวและคนไกลตัวที่รับทราบข่าวคราว วันนี้จะมารายงานความคืบหน้าค่ะ

หลังจากที่เห็นภาพน้องและทราบข้อมูลเบื้องต้นจากคุณพ่อน้องและในโพสต์แรกได้แจ้งไปว่า น้องเข้ารับการรักษาฟรีแต่ต้องการระดมทุนสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้ยอดล่าสุดจะแจ้งให้ทราบในคอมเม้นใต้โพสต์นี้ค่ะ ทราบมาว่ามีคนไปเยี่ยมน้อง ที่ รพ. หลายท่านแล้วค่ะ ซึ่งคุณครูขอขอบคุณในความเมตตาของทุกท่านแทนน้องด้วย เมื่อมีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดในเชิงลึกจึงได้ทราบว่า น้องได้รับยา “ไบโอไมซิน”ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง แต่คุณหมอได้แจ้งให้คุณพ่อได้ทราบว่าน้องเป็นโรค …. (พ่อจำไม่ได้เพราะเป็นภาษาอังกฤษ) พ่อจึงมาแจ้งครูว่าเป็นมะเร็งตามความเข้าใจของพ่อค่ะ

หลังจากนั้นคุณครูจึงไปดูในเอกสารให้การยินยอมเพื่อเข้ารับการรักษาที่พ่อส่งมาให้ดูทางไลน์และสืบค้นข้อมูลต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต จึงทำให้ทราบว่า นี่คือโรค “Klippel TrenaunaySyndrome” ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดเลือดแดงหรือ ดำ หรือ ต่อมน้ำเหลือง ที่ทำงานผิดปกติ จึงทำให้ กล้ามเนื้อบิดเบี้ยว ผิดรูปหรือโต ซึ่งในกรณีของน้อง เป็นครบ ทั้ง 3 หลอดเลือดแดง ดำและต่อมน้ำเหลือง ซึ่งพบได้ยากมาก จึงทำให้อาการน้องเป็นมากกว่าคนที่เป็นโรคนี้โดยทั่วไป และโชคร้ายหน่อยที่น้องได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากพ่อประสบปัญหาด้านทางเศรษฐกิจ จนทำให้เกิดการลุกลามไปจนถึงกระดูกเชิงกรานและโรคนี้ ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ (มะเร็งตัดทิ้ง รักษาตัวดีๆ อาจจะหายได้ค่ะ) เพราะหลอดเลือดและต่อมน้ำเหลืองอยู่ในร่างกายเราค่ะ ถ้าเราตัดทิ้งคงไม่ต้องอธิบายผลลัพธ์นะคะ การรักษา ต้องรักษาตามอาการและตอนนี้ทางโรงพยาบาลรับน้องไว้ดูแล 3 เดือนค่ะเพื่อให้น้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่วนคุณพ่อ ก็จะกลับมาสมัครงาน และเมื่อได้รับเงินจำนวนหนึ่งก็จะปิดรับการช่วยเหลือ เนื่องจากคุณพ่อ อธิบายว่า เมื่อน้องไปอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และพ่อไม่ต้องเดินทางขึ้นลงก็จะขอทำงานเพื่อหารายได้เองต่อไปค่ะ ( แต่ตอนนี้ก็ยังตกงานอยู่ค่ะ)

สำหรับยอดเงินบริจาคทุกบาท คุณพ่อสัญญาว่าจะนำมาใช้จ่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์กับน้องมากที่สุด หากเหลือก็จะเก็บไว้เพื่อพาน้องมารับการรักษาตามนัดในอนาคต (โรคนี้เป็นแล้วจะเป็นไปตลอดไม่หายขาด จึงต้องรักษาเป็นระยะๆ และอย่าให้ติดเชื้อ) ส่วนรูปของน้องที่เห็นบาดแผลที่ แชร์ออกไปอาจจะส่งผลกระทบกับน้องในอนาคต ซึ่งย่อมต้องมีทั้งด้านบวกและลบยังไงก็ขอความร่วมมือช่วยปิดหน้าน้อง ให้ด้วยนะคะ ทุกอย่างครูทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและความจริงก็คือน้องก็ยังรักษาตัวที่ รพ. ศิริราช หากข้อมูลของโรคที่น้องเป็นในครั้งแรกที่โพสต์ออกไปเพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้นทำให้หลายๆคน ไม่สบายใจ ครูขอรับความผิดนั้นไว้คนเดียวค่ะ แต่ถ้ายังสงสารน้องอยู่รบกวนบริจาคเป็นแพมเพิสไรฟ์รีไซด์ M ผู้ใหญ่ ผ้าพันแผล และน้ำเกลือล้างแผลก็จะเป็นการสร้างกุศลต่อไปค่ะ #แต่ตอนนี้ #ยังรับบริจาคอยู่นะคะ”

ทั้งนี้ “ครูอีฟ” ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.) ได้รับ น้องกิมเตี๋ยน เป็นผู้ป่วยของโครงการเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งครอบครัวของน้องจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแต่ก็ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น แพมเพิส ผ้าพันแผลและน้ำเกลือล้างแผล โดยทีมแพทย์ รพ.ศิริราช ให้แอดมิดเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรักษาแผลติดเชื้อ และพักฟื้นก่อนจะสามารถสรุปผลว่าสมารถผ่าตัดใหญ่ได้หรือไม่ โดยก่อนหน้าได้เริ่มรักษาตัวน้องที่ โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ครั้งแรกที่มีการตรวจพบเป็นโรคนี้คุณพ่อได้พาไปพบหมอเพื่อให้คีโม และหมอทำการนัดครั้งที่สอง แต่เนื่องจากคุณพ่อไม่สามารถหาเงินค่ารถเดินทางไปได้จึงไม่สามารถพาน้องไปรักษาและถึงขั้นต้องขายบ้าน

เมื่อนายอำเภอทราบเรื่องจึงได้มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปดูแลโดยระดมเงินให้คุณพ่อ 3,000 บาท เพื่อไปรักษา จนกระทั่งครั้งนี้ เมื่อตนทราบจึงได้ดำเนินการเรื่องค่าเดินทาง ส่วนสาเหตุที่ทำให้โรคแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว ก็สืบเนื่องจาก ครอบครัวของน้องประสบภาวะทางเศรษฐกิจจึงไม่สามารถที่จะพาน้องไปรักษาที่กรุงเทพฯ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้แผลติดเชื้อและลุกลามไปถึงกระดูกเชิงกราน ทำให้ทีมแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews